Wednesday, February 6, 2013

ดอกชวนชมและความหมาย

ดอกชวนชมและความหมาย



ปัจจุบัน ไม้ดอกไม้ประดับมีความจำเป็นต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์มากขึ้น  ทั้งนี้เพราะมนุษย์มิใช่มีความต้องการเฉพาะปัจจัยสี่เท่านั้น  แต่ยังต้องการจัดสภาพแวดล้อม  ที่อยู่อาศัยให้เกิดความร่มรื่น  สวยงามน่าอยู่อีกด้วย  เช่น  มีการจัดสวน  ตกแต่งอาคาร  สถานที่  บ้านพักอาศัย  อาคารสำนักงาน  โรงเรียน  และสถานที่ต่าง ๆ  ให้เกิดความสวยงาม  ตลอดจนการใช้ไม้ดอก  ไม้ประดับ  ในการจัดตกแต่งประดับจานอาหาร  โต๊ะอาหารในภัตตาคารต่าง ๆ จึงเห็นได้ว่า การผลิตไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้านับวันจะมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ มากขึ้น  และมีมูลค่าของผลิตภัณฑ์สูงเท่าเทียมกับผลิตผลทางการเกษตรสาขาอื่น ๆ  ดังนั้น  การปลูกไม้ดอกไม้ประดับจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประกอบอาชีพที่น่าสนใจ ค่ะ
ความสำคัญของไม้ดอกไม้ประดับ
ไม้ดอกไม้ประดับมีความสำคัญ  ดังนี้ค่ะ
1.      สามารถทำเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม  การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ  สามารถทำ
เป็นอาชีพของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี  สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิตปีละจำนวนมาก ๆ
2.      ทำให้สภาพแวดล้อมเกิดความร่มรื่นสวยงาม  การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ   ช่วยสร้าง
ความร่มรื่นสวยงามให้แก่สถานที่ต่าง ๆ  ให้น่าอยู่น่าอาศัย  สร้างความเพลอดเพลิน
3.      เป็นแหล่งวัตถุดิบทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น  อุตสาหกรรมผลิตน้ำหอม
เครื่องสำอาง  อุตสาหกรรมด้านยารักษาโรค  ตลอดจนอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ต่าง ๆ ค่ะ
4.      ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  เมื่อมีการรวมตัวกันผลิตไม้ดอกไม้ประดับ
จำนวนมาก  ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร  เกิดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและส่วนรวมอีกทางหนึ่งด้วยนะค่ะ
5.      ไม้ประดับสามารถส่งเป็นสินค้าออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ  สร้างรายได้เป็น
มูลค่านับพันล้านบาทต่อปี เช่น การส่งออกกล้วยไม้ทั้งต้นและดอกไปขายยังต่างประเทศค่ะ
6.      ใช้เป็นแหล่งทดลองทางวิทยาศาสตร์การเกษตร  ทำให้เกิดความเจริญด้าน
เทคโนโลยีการเกษตรมากยิ่งขึ้น
ลักษณะทั่วไป
1) ลำต้น: เป็นไม้เนื้ออ่อน อวบน้ำ ลำต้นและกิ่งมีลักษณะกลม ผิวค่อนข้างเรียบ สีของลำต้นจะมีสีเขียว เหลืองทอง หรืออมเทา เปลือกบางมีกิ่งก้านที่แตกยอดอย่างไม่เป็นระเบียบ ส่วนโคนของลำต้นมีขนาดใหญ่ หรือเล็กแตกต่างกันไปตามการดูแล มีหน้าที่สำหรับเก็บน้ำเพื่อรักษาสมดุลของต้น เรียกว่า “โขด”
2) โขด: หรือรากที่ไม้ดอกชวนชมมีไว้สะสมอาหาร ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกัน เผือก มัน หรือพืชที่มีหัว ทั่วไป โขดของชวนชมจะมีลักษณะแตกต่างกันไปจากการดูแลโดยความงามดูจากความอวบ หรือโขดใหญ่ โขดของชวนชมจะอยู่ใต้ดินหรือโผล่พ้นดินและมีความงามที่แตกต่างกันออกไป
3) ใบ: มีลัีกษณะเป็นใบเดี่ยว ออกเีวีัยนรอบกิ่งคล้ายกังหันหลายๆชั้น ทำให้ดูหนาแน่นตามปลายกิ่ง ใบ ของชวนชมมีหลายลักษณะแต่ต่างกันขึ้นกับสายพันธุ์ เช่นใบรูปไข่ ใบรูปหอก ปลายใบมัีทั้งเว้า มน แหลม และใบตัด ขอบใบเรียบ หยัก หรือเป็นคลื่น แผ่นใบหนาแข็งเขียวเข้มเป็นมัน หรือบางพันธุ์มีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ที่ใต้ทองใบ มีขนาดเล็กใหญ่ แตกต่างกันออกไป ตามแต่ลักษณะของสายพันธุ์
4) ดอก: ชวนชมจะออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อหนึ่งประมาณ 10-20 ดอก มีทั้งแบบบานพร้อมกันทั้ง ช่อ และทยอยกันบานครั้งละ 4-5 ดอก บานได้นาน 10-20วัน ดอกบานเต็มที่กว้่างประมาณ 8-10 หรืออาจ บานมากกว่าหรือบานน้อยกว่า ขึ้นกับลักษณะทางพันธุกรรม
5) กลีบเลี้ยง : มีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ 5 กลีบ ลักษณะเป็นรูปวงรี ปลายแหลม ติดอยู่รอบโคนดอก เหนือฐานรองดอก มีสีแดง เขียว ชมพูอมแดง หรือเหลืองอมเขียวเมื่อดอกร่วงแล้วกลีบดอกยังคงติดแน่น อยู่ที่ฐานรองดอก เพื่อรักษาสมดุลด้น
6) โคนกลีบดอก หรือหลอดดอก : คือส่วนที่อยู่ต่อจากกลีบเลี้ยงขึ้นมา มีลักษณะเป้นทรงกรวยกลม ยาว โคนหลอดเรียวเล็กลงติดกับกลีบเลี้ยงปลายบานออกติดกับกลีบดอก กลีบดอกมี 5 กลีบ เรียงติดอยู่ รอบโคนกลีบดอก หรือหลอกดอกคล้ายปากแตร แต่ละกลีบมีรูปทรงแตกต่างกันออกไป เช่นรูปทรงกลมรูปทรงไข่ รูปทรงรี หรือทรงโค้งมนต่างๆ
7) เกสรตัวผู้: อยู่ตรงส่วนโคนของหลอดดอก เป็นเรณู 5 อันเรียงติดกันที่ก้านชูเกสรตัวผู้ มีโคนระยาง เชื่อมต่อจากปลายเกสรตัวผู้ยาวขึ้นไปตลอดหลอดดอก 5 เส้นภายในอับละอองเรณูนี้เมื่อแก่ หรือพร้อมที่ จะผสมเกสรจะมีละอองเกสรตัวผู้มีลักษณะเป็นขุยสีเหลืองละเอียด
8) เกสรตัวเมีย: อยู่ส่วนโคนของหลอดดอก ล้อมด้วยเกสรตัวผู้ประกอบด้วยยอดเกสรตัวเมีย ก้านชู เกสรตัวเมีย และรังไข่ ยอดเกสรตัวเมียมีรูปกลม สีขาวขุ่นมีท่อยาวลงไปที่รังไข่ซึ่งอยู่ติดกับฐานรองดอก ภายในรังไข่มีไข่อ่อน เมื่อเกสรตัวเมียพร้อมที่จะผสมเกสรจะมีเมือกเหนียวคล้ายแป้งเปียก และเมื่อมีการผสมพันธุ์ไข่อ่อนภายในรังไข่จะเจริญไปเป็นเมล็กต่อไป
9) ฝักหรือผล: มีลักษณะคล้ายบูมเมอแรง หรือเขาคู่เป็นฝักสองฝักอยู่ติดกัน ปลายและโคนเรียวแหลม ยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตรขั่วของฝักอยู่ตรงตระเข็บแนวเชื่อมระหว่างเขาทั้งสอง ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อ ฝักแก่จะมีสีน้ำตาลอ่อน ตะเข็บยาวเชื่อม จะแตกออก ภายในมีเมล็ดพันธุ์สีน้ำตาลอ่อนเล็กๆคล้ายเมล็ดข้าว เปลือก มีขนสีน้ำตาลอ่อนเป็นพู่ติดอยู่ที่ปลายแหลมทั้งสองข้าง ขนที่ปลายทั้งสองนี้จะช่วยให้ปลิวตามลม

ชวนชม

ชื่อสามัญ
ดอกชวนชม1
ชื่อวิทยาศาสตร์

ตระกูล

Impala Lily Adenium

Adenium obesum.

APOCYNACEAEั
ลักษณะทั่วไป

ชวนชมเป็นพรรณไม้ยืนต้นอวบน้ำขนาดเล็กลำต้นมีความสูงประมาณ1-3เมตรลำต้นอวบน้ำผิวเปลือกสีเขียวปนขาวผิวเรียบเป็นมัน ลำต้นมียางลำต้นบิดงอไปตามจังหวะแตกกิ่งก้านสาขาน้อยรูปทรงโปร่งใบแตกออกตามปลายของกิ่งก้านใบมนรีปลายใบมนโคนใบ
สอบเรียว กลางใบมีเส้นสีขาวมองได้ชัด ตัวใบแข็ง ผิวเป็นมันเรียบมีสีเขียวดอกออกตรงปลายยอดของก้านดอกเป็นรูปแตรมีกลีบ
ดอก 5 กลีบ มีสีชมพูโคนกลีบดอกมีฐานรองดอกเป็นแฉกเล็ก ๆ สีเขียว ดอกบานมีความกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ
5 เซนติเมตร
การเป็นมงคล
คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นชวนชมไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดการชวนชม นิยมชมชอบ เพราะชวนชมเป็นไม้มงคลนาม และยังทำให้เกิดแสน่ห์แห่งการดึงดูดตา ดูดใจ ชวนมองยิ่งนัก
ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นชวนชมไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ
การปลูก
การปลูกแบ่งเป็น 2 วิธี
1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน ใช้กระถางทรงและขนาด 12-18 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ; ขุยมะพร้าว :
    ดินร่วน อัตรา 1 : 1 : 1 ผสมดินปลูก เพื่อความสวยงามของทรงพุ่มควรดูแลตัดกิ่งให้เหมาะสม และควรเปลี่ยนกระถาง 1-2 ปี/ครั้ง    เพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไป
2. การปลูกในแปลงปลูกประดับบริเวณบ้านและสวน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋คอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา      1 : 2 ผสมดินปลูก แต่ที่เหมาะสมควรปลูกประดับบริเวณสวนนิยมปลูกเป็นกลุ่มจะให้ดอกที่สวยงามเด่นชัดขึ้น
การดูแลรักษา
แสง                           ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

น้ำ                             ต้องการปริมาณน้ำน้อย ทนต่อความแห้งแล้งให้น้ำ 7-10 วัน/ครั้ง

ดิน                            ดินร่วนซุย

ปุ๋ย                            ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4-6 ครั้ง

การขยายพันธ์         การปักชำ การตอน

โรคและศัตรู          ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและศัตรู เพราะเป็นไม้ที่มีความทนทานต่อสภาพธรรมชาติได้ดี


ดอกชวนชม (Desert Rose,Impala Lily)



ดอกชวนชม (Desert Rose,Impala Lily)
ชวนชมเป็นไม้เนื้ออ่อนพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 5 ฟุต เปลือกต้นบางต้นและกิ่งกลมใหญ่หนา ในต้นและใบมียางมาก ใบเป็นใบเดี่ยวหนา ขอบเรียบ ใบมน โคนใบแหลมใบยาวประมาณ 4 นิ้ว ใบมักแตกเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง ดอกออกตามปลายกิ่งเป็นช่อช่อหนึ่ง มี 5-10 ดอก ดอกจะทยอยกันบานคราวละ 3-4 ดอก ดอกเป็นรูปแตรสีชมพูแดงสดใส ปลฃายดอกบานออกเป็น 5 แฉก ดอกบานกว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณนิ้วครึ่ง
ชวนชมมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกามีชื่อพ้องว่า Adenium coetaneum Stapf. ในกรุงเทพฯ บางทีเรียกกันว่าลั่นทมแดง หรือลั่นทมยะวา
ชวนชมเป็นไม้ที่ชอบอยู่กลางแจ้งได้แสงแดดจัด ชอบความแห้งแล้งไม่ชอบดินเปียกแฉะ การปลูกจึงควรใช้ดิน ผสมทรายหยาบ อิฐทุบ ใบไม้ผุ ปุ๋ยคอก การขยายพันธุ์ใช้วิธีเพาะเมล็ด ตอน หรือปักชำกิ่ง เป็นไม้ที่ขึ้นง่าย แข็งแรง ทนทาน
ชวนชมมักปลูกเป็นไม้ประดับที่ให้ดอกสีชมพูสดอันสวยงามตลอดทั้งปี

ข้อมูลจากเว็บ : http://www.bloggang.com/

ชวนชมความงามรูปแบบที่น่าเชยชม

ชวนชมความงามรูปแบบที่น่าเชยชม

ไม้ ดอกบางชนิดก็ดูเหมือนจะปรับตัวให้เข้ากับ อากาศร้อนในตอนนี้ได้ดี ทำให้มีโอกาสขยายความ    นิยมไปได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งในเขตร้อน (tropical) และกึ่งร้อน (sub tropical) ไปสู่เขตอบอุ่น (temperate ) ดังเช่น ไม้ดอกที่จะนำมาเสนอท่านผู้อ่าน นั่นคือ ชวนชม
ชวนชม  : ไม้งามจากแดนไกล
ชวนชมมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Adenium obesum  Balf. อยู่ในวงศ์ Apocynaceae เช่นเดียวกับตีนเป็ด และบานบุรี
ลำต้น  ยาว ๑-๒ เมตร ผิวตึงเพราะอวบน้ำ แตกกิ่งก้านได้ดี 
ใบ  สีเขียว ค่อนข้างหนา ผิวใบเป็นมัน เส้นกลาง ใบเป็นสีเขียวเห็นได้ชัดเจน ใบรูปร่างยาวรี ปลายมน โคนใบสอบเข้า ใบจะอยู่ตามปลายกิ่งก้าน
ดอก  เป็นรูปแตร ปลายกลีบแยกออกจากกันเป็น  ๕ กลีบ ขนาดยาวราว ๕ เซนติเมตร ออกดอกตามปลาย ยอดของกิ่งก้าน

ดอก ชวนชมมีหลายสี เช่น สีชมพู แดง ม่วง และสีขาว รวมทั้งมีสีเข้ม สีอ่อน และมีสีเหลือบต่างสีกลางกลีบดอกอีกด้วย ทำให้ดอกชวนชมมีความหลากหลาย 
ชวน ชมเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่มาจากแดนไกล ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของชวนชม อาจเดาได้จากชื่อภาษาอังกฤษ  คือ Impala lily เพราะอิมพาลาเป็นสัตว์ของทวีปแอฟริกา  ชวนชมก็มาจากทวีปแอฟริกาเช่นเดียวกัน ชวนชมเข้ามาในเมืองไทยนับร้อยปีมาแล้ว ดังพบชื่อในวรรณคดีไทยบางเรื่อง โดยอาจเรียกว่า "ชวนชม" ซึ่งหมายถึง "ชวนมอง" นั่นเอง 

ชวน ชมเหมาะที่จะปลูกในกระถาง เพราะมีขนาดไม่ใหญ่นัก อีกทั้งลักษณะต้นยังเหมาะแก่การปลูก เป็นบอนไซ เพราะแข็งแรงทนทาน มีทรงต้นและรากที่สามารถทำให้เป็นพูพอนขนาดใหญ่คล้ายต้นไม้โบราณได้ง่าย ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบกิ่ง เป็นต้น ปลูกง่าย โตเร็ว แข็งแรงทนทาน  ทนร้อนและแห้งแล้งได้ดี ชอบแดดจัด และออกดอกตลอดทั้งปี บางสายพันธุ์ยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย ชวนชมจึงนับเป็นไม้ดอกที่น่าปลูกอีกชนิดหนึ่งในยุคโลกร้อนนี้

ดอกชวนชมสีชมพูอมแดง

ดอกชวนชมสีชมพูอมแดง

ดอกชวนชมสีชมพูอมแดง

เป็น พันธุ์ผสมที่หายากและเลี้ยงดูแลยากพอสมควร เทคนิคการดูแล ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ เช้าและกลางคืน การให้ปุ๋ยใช้สูตร 15-15-15 ปริมาณ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 10 ลิตร รดทุก 15 วันครั้ง จะได้ผลดอกออกสม่ำเสมอ และสีสวยงาม

By Nikon L15